[TRNAS] บทสัมภาษณ์ แจจุง : Kpopstarz

Q. คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับโหวตให้เป็น Best Artist สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2012 ที่จัดขึ้นโดย KpopStarz สื่อของอเมริกา?

Jaejoong: ก่อนอื่นเลย ผมคงต้องขอกล่าวคำว่า “ขอบคุณครับ” ผมมีโอกาสได้ทักทายแฟนๆผ่านการทัวร์คอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้ว ผมรู้สึกได้ว่ามีแฟนๆมากมายจากหลากหลายประเทศที่รักพวกเราครับ และจากการที่ได้รับรางวัลนี้ ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความรักนั้นอีกครั้งนึงครับ

Q. อะไรคือสิ่งที่น่าจะจำที่สุดสำหรับคุณในปี 2012 ?

Jaejoong: ผมว่า World Tour เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำมากที่สุดเลยครับ ผมได้รับความประทับใจจากความรักมากมายที่พวกเราได้รับ ความจริงแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่น่าจดจำเช่นกันนะครับ เพราะถึอว่าเป็นสิ่งที่มีค่ากับผมมาก ผมหวังว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอีกวันหนึ่งสำหรับช่วงเวลาที่น่าจดจำเช่นกันนะครับ
약 1일 전 twtkr에서 작성된 글

Q. ปีนี้คุณได้จัดงานแฟนมีตที่ไต้หวันและตุรกี และในช่วงหน้าร้อนปีนี้ ก็มีงาน JYJ Fan Exhibition ด้วย สิ่งเหล่านี้ได้ให้อะไรกับคุณบ้าง? มีช่วงเวลาที่น่าจดจำของแฟนๆบ้างมั้ย?

Jaejoong: ผมเคยได้ไปพบปะแฟนๆที่ไต้หวันในกิจกรรมอื่นๆมาหลายครั้งแล้ว แต่สำหรับตุรกี ผมไม่เคยจัดงานแฟนมีตที่นั่นมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปตุรกีครับ ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์มากกับจำนวนแฟนๆที่นั่นครับ ผมไม่รู้วิธีพูดภาษาของพวกเค้า แต่แฟนๆหลายคนที่นั่นกลับสามารถพูดภาษาเกาหลีได้ ทำให้ผมนึกไปถึงคำพูดที่ว่า “รักไม่มีพรหมแดน” จริงๆครับ ผมรู้สึกประทับใจมากกับของขวัญที่พวกเค้าเตรียมไว้ให้ผม รวมไปถึงที่พวกเค้าสามารถจำและร้องเพลงภาษาเกาหลีได้ด้วยครับ

Q: JYJ ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน 3 คน ครั้งล่าสุดเมื่อไร? พวกคุณทำอะไรกัน?

Jaejoong: ช่วงนี้พวกเราไม่ค่อยมีเวลาที่จะได้ไปเที่ยวด้วยกันหรอกครับ จุนซูก็กำลังมี world tour ผมก็กำลังถ่ายละครและถ่ายหนังควบคู่กันไปด้วย แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันเป็นการส่วนตัว แต่พวกเราก็ได้เจอกันตอนที่ไปถ่ายโฆษณาเกมส์เมื่อเร็วๆนี้ครับ
แล้วพวกเราก็ได้มีโอกาสไปพักผ่อนและทำงานที่อเมริกามา 2 อาทิตย์ด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากเลยครับ ผมคิดว่าพวกเราไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรพิเศษๆหรอกนะครับ ปกติแล้วเวลาที่พวกเราเจอกัน เราก็จะมีสิ่งที่เราอยากทำ มันสนุกมากจริงๆครับเพราะบทสนทนาที่เราคุยกันนั้นมันไม่ธรรมดาครับ สมาชิกของพวกเราเป็นคนตลกและสนุุกสนานมากครับ
ตั้งแต่พวกเราได้แชร์เรื่องราวต่างๆของกันและกัน เวลาแค่ 2 อาทิตย์นั้นไม่เพียงพอสำหรับพวกเราที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันเลยครับ พวกเรามีความสุขมากเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน มันทำให้ผมมีความคาดหวังไปถึงวันพรุ่งนี้แล้วครับ เพราะพวกเราจะได้เจอกันอีกครั้งในการถ่ายงานโฆษณาครับ

Q. จุนซูกับยูชอนมีความหมายกับคุณมากแค่ไหน?

Jaejoong: จุนซูหรอครับ? เค้าเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลกเลยครับ นั่นผมล้อเล่นครับ .. เค้าจะรู้สึกแย่มั้ยครับ ถ้าผมบอกว่านั้นเป็นแค่เรื่องล้อเล่นอ่ะครับ?
เค้าหล่อนะครับ แต่คุณอยากให้ผมบอกว่าเค้ามีความสำคัญกับผมยังไง ใช่มั้ยครับ? สำหรับผม…จุนซูกับยูชอนเป็นเหมือนครอบครัว พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันยิ่งกว่าครอบครัวอีกครับ เวลาที่เราสื่อสารกันเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลยก็เข้าใจกันได้
ผมเพิ่งเจอจุนซูที่ร้านของพวกเราครับ มันไม่ได้รู้สึกแปลกเลยที่ได้มาเจอเค้าอีกครั้ง แม้ว่าเราจะไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเราเป็นเหมือนครอบครัวของกันและกัน มันไม่จำเป็นแล้วที่จะต้องมาถามว่า “นายเป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย?” เพราะพวกเราสนิทกันมากจริงๆครับ

Q. ท่ามกลางความยากลำบากในการโปรโมตหลังจากแยกออกมาเป็นศิลปินใหม่ อะไรคือจุดแข็งของ JYJ?

Jaejoong: จุดแข็งของ JYJ หรอครับ? ผมอายุมากที่สุดในวง แต่ผมคิดว่า JYJ คือ วงที่ไม่มีคอนเซ็ปต์ในเรื่องหัวหน้าวงนะครับ มันมีทั้งช่วงเวลาที่จุนซูเป็นผู้นำสมาชิกคนอื่น บางครั้งยูชอนก็กลายมาเป็นผู้นำ และก็มีช่วงเวลาที่ผมเป็นผู้นำด้วยครับ
ผมคิดว่า การเป็นผู้นำเป็นหัวหน้าวงนั้นก็กระจายกันไปครับ สมาชิกทุกคนต่างก็เป็นผู้นำของกันและกันด้วยความเข้มแข็งและจุดเด่นของแต่ละคน พวกเราเองต่างก็แชร์ความอ่อนแอของตัวเองเช่นกัน ผมคิดว่าความสัมพันธ์แบบนี้คือสิ่งที่เป็นจุดแข็งของ JYJ และกลายเป็นครอบครัวครับ

Q. อะไรคือความฝันของคุณตอนเป็นเด็ก? คุณเคยคิดไว้ว่าจะเป็นนักร้องและเดินทางไปทั่วโลกแบบนี้มั้ย?

Jaejoong: ผมไม่เคยคิดเลยครับ ความฝันของผมตอนเด็กคือ ผมอยากเป็นเจ้าของร้านซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วผมก็อยากจะเป็นคนออกแบบทรงผมด้วยนะครับ แต่แล้วผมก็ได้มาเป็นนักร้องและนักแสดง ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผมจะได้รับความรักจากแฟนๆทั่วโลกมากมายขนาดนี้ ผมรู้สึกขอบคุณจริงๆที่ผมได้มาเจอกับสมาชิก JYJ ผมมีความสุขมากๆที่พวกเราได้ทำงานเพลงที่พวกเรารักครับ

Q. อะไรคือคุณค่าของการที่ได้มาเป็นนักร้อง นอกเหนือจากการทำอาชีพอื่นๆ? เมื่อไรที่คุณรู้สึกมีความสุขที่ได้มาเป็นนักร้อง?

Jaejoong: ไม่มีคำพูดใดๆที่สามารถอธิบายได้เลยครับ ผมมีความสุขกับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมมีความสุขในฐานะนักร้อง ผมสามารถทำเพลงที่ผมอยากทำ ผมมีความสุขมากๆที่ได้แสดงบนเวที ได้แบ่งปันช่วงเวลาต่างๆกับสมาชิกในวงที่มีหัวใจเดียวกันครับ

Q.ช่วงนี้คุณฟังเพลงอะไรบ่อยที่สุด? ใครเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของคุณ?

Jaejoong: ผมฟังเพลงบรรเลงเปียโนเยอะมากเลยครับ มันอาจไม่เข้ากันกับจินตนาการ ความคิดของผมซักเท่าไร แต่ผมก็พยายามที่จะฟังเพลงเบาๆสบายๆแทนการฟังเพลงหนักๆ ในช่วงที่ผมได้พักอยู่กับตัวเองที่บ้านของผมน่ะครับ ผมชื่นชอบ Jay Holiday มากครับ เมื่อไรก็ตามที่ผมมีเวลา ผมก็พยายามที่จะฟังเพลงของเค้า ตอนที่ผมยังเป็นมือใหม่ ผมชอบเพลงของ Boyz II Men และ R. Kelly มากครับ พวกเค้ามีเป็นแรงบันดาลใจสำหรับของผมมากครับ และผมก็ได้รับแรงบันดาลใจจากนักร้องกลุ่มของญี่ปุ่น ‘Gasperats’ และผมก็ชอบ Kubota Toshinobu ด้วยครับ ถึงแม้ผมจะไม่แน่ใจว่าเค้ายังทำงานเพลงอยู่มั้ยครับ

Q. มีนักร้องคนอื่นๆที่คุณอยากร่วมงานด้วยมั้ย? และเพราะอะไร?

Jaejoong: ผมมีคนดังมากมายที่จะเลือกเลยครับแต่ผมรู้สึกว่ามันเลือกได้ยากจริงๆ ผมคิดว่าผมเคยพูดถึงเธอมาก่อนนะครับ Beyonce คือคนที่ผมอยากรู้จักแบบส่วนตัวและทำงานร่วมกันครับ ไม่ว่าดนตรีแนวไหนที่เธอได้รับ เธอก็สามารถทำให้เพลงนั้นเป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมได้ครับ

Q. ในอีก 15 ปีข้างหน้า คุณคิดว่าคุณจะเป็นแบบไหน?

Jaejoong: ผมคงเป็นคุณลุงไปแล้วตอนอายุช่วงนั้นนะครับ ผมก็จะสนุกไปกับชีวิตของผมเหมือนผมยังเป็นคนหนุ่มอายุน้อย ผมก็จะยังทำอาชีพของผมต่อไปเรื่อยๆในฐานะนักร้องและนักแสดง ที่มีประสบการณ์มากมายมากกว่าผมในตอนนี้ ถึงแม้ว่าผมจะอายุเท่านั้น ผมก็จะท้าทายตัวเองในวงการใหม่ของการเป็นมืออาชีพ เหมือนผมได้พบกับคนกลุ่มใหม่ๆด้วย

Q. เวลาว่างคุณมักจะทำอะไร? มีงานอดิเรกดีๆทีอยากแนะนำมั้ย?

Jaejoong: ช่วงนี้ผมสนุกกับการเดินเขา(ปีนเขา)มากครับ ผมว่ามันดีมากเลยนะ คุณไม่ได้ไปเดินเขาเพราะตัวคุณเอง แต่ไปกับใครซักคน หากคุณไปกับเพื่อน ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนนั้นแน่นแฟ้นขึ้น แต่ถ้าหากคุณไปกับคนที่คุณรัก ก็จะทำให้คุณได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะคุณจะได้ช่วยเหลือกันระหว่างที่คุณเดินหรือปีนเขา แล้วมันก็ยังดีต่อสุขภาพด้วยนะครับ ผมอยากจะแนะนำพวกคุณให้ไปเดินเขา ปีนเขาจริงๆครับ
แล้วช่วงนี้ผมก็มักจะไปปั่นจักรยานด้วยครับ ผมมักจะไปปั่นจักรยานด้วยตัวผมเอง ถ้าคุณแค่วิ่งคุณอาจรู้สึกเบื่อได้ แต่การปั่นจักรยานนั้นไม่น่าเบื่อเลยครับ และยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายด้วย

Q. หากคุณสามารถย้อนกลับไปในช่วงมัธยมได้ คุณอยากจะทำอะไรมากที่สุด?

Jaejoong: ผมอยากจะใช้ชีวิตธรรมดาๆของผม สนุกไปกับเพื่อนๆแทนที่จะมัวแต่วิ่งไล่ตามความฝันของผมครับ แต่ผมคิดว่าผมคงไม่สามารถทำแบบนั้นได้หรอกครับ เพราะความฝันเป็นสิ่งที่มีความหมายและสำคัญกับผมมาก

Q. ถ้าให้คุณขอพรได้ 3 ข้อ คุณจะขออะไรบ้าง?

Jaejoong: อย่างแรกเลย ผมอยากจะขอให้มีการสร้างสายการบินที่บินตรงจากเกาหลีไปอเมริกาใต้ครับ เพราะว่าการเดินทั้งไปอเมริกาใต้ครั้งล่าสุดของผมนั้นลำบากมาก มันคงจะสะดวกสบายมากขึ้นถ้ามีสายการบินที่บินตรงได้เลยน่ะครับ แล้ว JYJ ก็จะสามารถไปอเมริกาใต้ได้บ่อยขึ้นและสะดวกสบายขึ้นด้วยครับ และผู้คนจากอเมริกาใต้ก็จะได้มาเกาหลีได้ง่ายขึ้นด้วย

ข้อที่สอง ผมอยากจะใช้ชีวิตอยู่ไปให้นานถึง 200 ปีเลยรับ ไม่ได้หมายถึงผมจะอายุ 200 ปีนะครับ แต่อยากให้ระยะเวลา 1 ปี เป็้นเหมือนแค่ครึ่งปี ผมมักจะคิดเสมอว่าเวลาที่เรามีชีวิตอยู่นั้นมันสั้นมาก เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ผมยังมีสิ่งที่อยากทำอีกมากมายเลยครับ

ข้อที่สาม ผมอยากให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติลดน้อยลงครับ เดือนนี้ประเทศเกาหลีโดนพายุไต้ฝุ่นถล่มถึง 3 ครั้งด้วยกัน และผู้คนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์นี้ ผมหวังว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติจะหายไปครับ

Q. เหมือนว่าตอนนี้ Psy ได้ทำการเปิดประตูวงการเพลง K-pop ในอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณคิดยังไงกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Psy บ้าง? แล้วคิดว่าจะส่งผลดีต่อ Hallyu stars คนอื่นๆด้วยมั้ย

Jaejoong: ผมคิดว่า Psy มหัศจรรย์มากเลยครับ ตอนที่ผมเห็นกิจกรรมของเค้าที่อเมริกา ผมรู้สึกได้เลยว่าเค้านั้นยอดเยี่ยมและเปล่งประกายมากๆ ผมพูดกับตัวเองแบบนี้เลยล่ะครับ เค้ามีความซื่อสัตย์ทุกครั้งที่พูด เค้าไม่เคยลอกเลียนแบบเพลงของใคร เค้าไม่เคยคิดว่าการทำเพลงเป็นแค่การทำเพลงเพื่อผลประโยชน์ ผมคิดว่าเพราะดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาจากจากความคิดและรูปแบบของตัวเค้าเองนั่นแหละที่ทำให้เกิดประกฏการณ์นี้ในอเมริกา ความนิยมของเค้าไม่ใช่เพียงแค่ในอเมริกาเท่านั้นแต่มันกระจายไปทั่วโลก ผมว่าสไตล์และบุคลิกของตัวเค้าได้ปรากฎสู้สายตาคนทั่วโลกไปแล้วครับ และดนตรีที่แสนจริงใจของเค้านั่นแหละครับเป็นตัวดึงดูดความสนใจจากคนทั้งโลก

และจากการที่เค้าเป็นหนึ่งในศิลปินจากประเทศเกาหลี ก็จะเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้คนฟังเพลง K-Pop เพลงอื่นๆกันมากขึ้น ซึ่งนั่นจะสามารถเป็นพลังให้กับนักดนตรีรุ่นน้องๆได้ด้วย ผมคิดว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักร้องเกาหลีหลายๆคนเลยครับ

Q.คุณคิดว่า K-Pop จะไปได้ไกลแค่ไหน? และอะไรคือสิ่งต่อไปที่ K-Pop นั้นต้องการเพื่อที่จะรักษากระแสและความนิยมให้คงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ?

Jaejoong: ผมคิดว่า พวกเราควรจะต้องทำงานให้หนักขึ้น และคงจำเป็นจะต้องใช้เวลา เราจะต้องแสดงให้เห็นถึงความพยายามของเราอย่างต่อเนื่อง ลองทำรูปแบบที่แตกต่าง ผมหวังว่าศิลปินในเกาหลีจะไม่หลอมรวมกันกลายเป็น K-pop ที่มีรูปแบบเดียว สไตล์เดียว ผมหวังว่าทุกคนจะพยายามท้าทายตัวกับสิ่งใหม่ๆต่อไปเรื่อยๆไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ และมีโอกาสไปในทั่วโลก ซึ่งนั่นจำเป็นต้องใช้เวลาใช่มั้ยครับ?

Q. มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องหนัง ละคร หรืออัลบั้ม ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้บ้างมั้ย?

Jaejoong: ผมกำลังมองหาละครเรื่องใหม่ที่จะร่วมแสดงอยู่ครับ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “Jackal Is Coming,” จะออกฉายในเดือนพฤศจิกายนนี้แล้วครับ พวกเรายังคงทำงานในช่วงสุดท้ายของการถ่ายทำในขณะที่ก็เริ่มโปรโมตหนังไปด้วยในเวลาเดียวกัน แล้วผมก็ยังมองไปถึงภาพยนตร์เรื่องต่อไปที่ผมจะแสดงด้วย เพราะผมอยากแสดงครับ

Q. สุดท้ายนี้ ให้ฝากอะไรถึงแฟนๆของ KpopStarz ที่อเมริกาและที่อยุ่ทั่วโลก

Jaejoong: ขอบคุณมากๆนะครับสำหรับความรักที่พวกคุณมอบให้กับผม ผมต้องพูดคำนี้เพื่อบอกถึงความรู้สึกและความซาบซึ้งในใจของผม ผมหวังไว้จริงๆนะครับว่า จะได้มีโอกาสมาเจอพวกคุณอีกภายใต้งานหรือกิจกรรมที่โอเคกว่านี้ ผมจะตั้งใจให้งานให้มากๆเพื่อที่จะเป็นศิลปินและนักแสดงที่ดีให้ได้ ช่วยเป็นกำลังใจและมอบความรักของคุณให้กับผมต่อไปด้วยนะครับ

ผมรักทุกคนครับ ขอบคุณครับ อ๊าาา…ผมเขินจังเลย

TRANS BY : twitter.com/Noonygirly

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s